คาร์เม็น เป็นมหาอุปรากรภาษาฝรั่งเศส ที่สำคัญยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่ง ซึ่งยอร์ชส์ บิเซต์ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ประพันธ์เพลงขึ้นตามเค้านวนิยายของปรอสเปร์ เมริเม ประพันธกรชาวฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน มหาอุปรากรเรื่องนี้นำออกแสดงเป็นครั้งแรกในกรุงปารีส เมื่อ ค.ศ.1875 ประมาณ 90 กว่าปีมาแล้ว จากที่นำออกแสดงในกรุงปารีสเป็นครั้งแรกแล้ว มหาอุปรากรเรื่องนี้ก็ได้รับความนิยมชมชอบอย่างตื่นตาตื่นใจจากคนดูทั่วไปในโลก เหตุการณ์ในท้องเรื่องเกิดขึ้นในเมืองเซวิลล์ประเทศสเปน ในราวปี 1820 ประมาณเกือบ 150 ปีมาแล้ว นางเอกคือ คาร์เม็น ผู้ร้องเสียงโซปราโน เป็นหญิงสาวยิปซีชาวสเปน ทำงานโรงงานมวนบุหรี่สาวชาวบ้านนอกผู้นี้เป็นบุคคลมีอารมณ์ร้อน แต่มีรูปโฉมโนมพรรณและท่วงท่ามีเสน่ห์เป็นที่ต้องตาชายทั่วไป ด้วยเล่ห์เหลี่ยมเสน่ห์และความจัดจ้านของเธอ เธอได้ชนะหัวใจของดอนโฮเซ นายสิบโทแห่งกองร้อยทหารม้าคนหนึ่ง (ผู้ร้องเสียงเทนเนอร์) ด้วยความรักอย่างคลั่งไคล้ใหลหลงในคาร์เมน โฮเซลืมเกียรติลืมหน้าที่เข้าร่วมพรรคพวกกับผู้ค้าของเถื่อน ส่วนคาร์เม็นนั้นเล่า หลังจากที่ได้เป็นตัวการพล่าชื่อพล่าเกียรติของโฮเซทำให้ตกต่ำลงไปแล้ว ได้เปลี่ยนใจอันกลับกลอกเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอนของเธอไปรักเอสคามิลโย นักสู้วัววึ่งรูปร่างหล่อเหลาและมีคนนิยมชมชอบมาก (ผู้ร้องเสียงแบริโทน) ด้วยความหึงหวงและแค้นเคืองในความกลับกลอกหลอกลวงของคาร์เม็น โฮเซได้ทะลวงจ้วงแทงเธอตายที่ข้างนอกประตูสนามสู้วัว ครั้นแล้วเอสคามิลโยผู้สู้วัวชนะมาใหม่ ๆ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องเอ็ดอึงของประชาชนคนดู ได้เร่งรุดหนีผู้คนมาเห็นโฮเซซบหน้าร้องไห้อยู่ที่ศพ

                ความสำคัญของอุปรากรนั้นอยู่ที่เพลงเพราะและเสียงร้องก้องกังวานประทับใจของตัวละครและมหาอุปรากรเรื่องนี้ก็มีคุณสมบัติดังว่านี้อย่างครบครัน คือเพียบพร้อมไปด้วยสีสันและความตื่นเต้นระทึกใจของท้องเรื่อง และทั้งเพลงก็แสนที่จะเสนาะเพราะพริ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงของนักสู้วัว ซึ่งเอสคามิลโยเป็นผู้ร้อง และเพลงฮาบาเนรา คือระบำของเมืองฮาวานา ประเทศคิวบา ซึ่งร้องโดย คาร์เมน ซึ่งสองเพลงนี้เป็นเพลงอมตะและเป็นเพลงที่มีผู้นิยมชมชอบทั่วไป

 


edit @ 15 Oct 2011 22:41:26 by Mr.Touch_blue_life

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมมีโหมโรงซึ่งเป็นกลอนเต็มๆจากท่อนนึงทีุทุกท่านคุ้นเคยกันดี คือ ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก ที่ทุกท่านคุ้นเคยกันมาฝากครับ ลองอ่านกันดู

 

โหมโรง

บทประพันธ์โดย  วิลเลี่ยม เช็กส์เปียร์

บทประพันธ์แปลใน พระมหาธีรราชเจ้า (http://seta-brahms.exteen.com/ ผู้ให้ข้อมูล)

ดูแสงเดือนส่ิองแฉล้มอแร่มขาว

ราวนอนเหนือเนินหญ้าสง่าศรี !

มาเถิดเรานั่งลงที่ตรงนี้

ให้ดนตรีสู่โสตร์ปราโมทย์ใจ

ความสงัดราตรีนี้แสนเหมาะ

สำหรับเพลงไพเราะเสนาะใส

นั่งเถิดเช็สสิกาผู้ยาใจ

 

ประดับด้วยดารานานาเนก

อีกก้อนเมฆราวกับทองฟ่องสลอน

ดาวทุกดวงที่เห็นคเนจร

ราวอมรร่อนพลางทางขับร้อง

กล่อมทวยเทพบุตรสุดสนิท

อมฤตย์รู้ดนตรีทั้งผอง

แต่มนุษย์มิอาจยินขับร้อง

เพราะกายเราเหมือนกองดินกำบัง

 

จงขับลำพร่ำพร้อมกล่อมจันทรา

ให้คุณหญิงโสภายินสพรั่ง

พร้อมดนตรีกล่อมเพลงอันเวงวัง

ดิฉันฟังเพลงเพราะมักเศร้าใจ

นั่นก็เหตุด้วยมนัสถนัดแน่ว

ฟังเสียงดนตรีแจ้วแว่วเสียงใส

ดูแต่ฝูงม้าเถื่อนที่กลางไพร

ซึ่งมิเคยมีใครได้ปรือปรน

 

ต่างกระโดดโลดก้องคนองคึก

อึกทึกเร่ร่านพร่านทุกหน

ยามได้ยินแตรเป่าเร้ากลางพน

หรือวิมลดนตรีกระทบกรรณ

ก็มักหยุดยืนยังทั้งคณา

และนัยน์ตาเพ่งอยู่ไม่ผายผัน

เพราะยินเพราะเสนาะศัพท์จับใจมัน

เหตุฉะนั้นจึ่งจินตะกวี

 

ว่าออร์เฟียสผู้ฉลาดอาจดีดพิณ

เรียกก้อนหิน พฤกษา วารีศรี

เพราะสิ่งใดแม้ไม่มีชีวี

หรือชั่วช้ากาลีแสนสามาญ

ก็แผกผิดธรรมดาเวลาที่

ยินดนตรีบรรเลงเพลงสมาน

นใดที่ไม่มีดนตรีการ

ในสันดาน เป็นคนชอบกลนัก

 

อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ

เขานั้นเหมาะคิดขบถอัประลักษณ์

หรืออุบายมุ่งร้ายฉมังนัก

มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี

และดวงใจย่อมดำสกปรก

ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี่

ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้

เจ้าจังฟังดนตรีเถิดชื่นใจ

 

คัดลอกจาก หนังสือนักดนตรีเอกของโลก โดย ทวี มุขธระโกษา

 

หวังว่าทุกท่านคงจะชื่นชอบนะครับ

Mr.Touch_blue_life View my profile

Recommend