Classical music ดนตรีคลาสสิค

posted on 23 May 2007 20:59 by touchbluelife

ดนตรีคลาสสิก (Classical music) เป็นรูปแบบหนึ่งของดนตรี ซึ่งมักจะกล่าวถึงดนตรีที่เป็นศิลปะของประเทศทางฝั่งตะวันตก

การแสดงดนตรีคลาสสิกนี้นิยมใช้เครื่องดนตรีชนิดเครื่องสาย (String instruments) เป็นหลัก เช่น ไวโอลิน วิโอล่า เชลโล และ เบส เมื่อเล่นรวมกันเป็นวงเรียกว่า ออร์เคสตรา (orchestra) ซึ่งมีผู้ควบคุมวง (conductor) เป็นผู้ควบคุมจังหวะ และนำการบรรเลงเพลงหรือบางท่อนของเพลง หรือเรียกว่า piece


เครื่องดนตรีที่ใช้

การบรรเลงเพลงหรือท่อนของเพลงบางประเภท นิยมใช้วง ซิมโฟนีออเคสตรา (symphony orchestra) ซึ่งเป็นการร่วมกันระหว่างวงเครื่องสาย เครื่องเป่าโลหะ (brass instruments) เช่น ทรัมเป็ท ทรอมโบน เฟรนชฮอร์น และ ทูบา เครื่องเป่าไม้ (Wood winds) เช่น คลาริเน็ต ฟลุต โอโบ และบาซูน และ เครื่องให้จังหวะ (percussion) เช่น กลอง และ ฉาบ


ประวัติ และ เวลา

ดนตรีคลาสสิกสามารถแบ่งออกเป็นช่วงยุคดังนี้

ดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง หรือ ดนตรียุคกลาง เป็นดนตรีที่ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของดนตรีคลาสสิก เริ่มต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1019 (ค.ศ. 476) ซึ่งเป็นปีล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน ดนตรีในยุคนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และคาดกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากดนตรีในยุคกรีกโบราณ

นับเริ่มการนับเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1943 (ค.ศ. 1400) เมื่อเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงศิลปะ และฟื้นฟูศิลปะโบราณยุคโรมันและกรีก แต่ดนตรียังคงเน้นหนักไปทางศาสนา เพียงแต่เริ่มมีการใช้เครื่องดนตรีที่หลากหลายขึ้น

ดูเพิ่มที่ ยุคเรอเนซองซ์

ยุคนี้เริ่มขึ้นเมื่อมีการกำเนิดอุปรากรในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) และ สิ้นสุดลงเมื่อ โยฮันน์ เซบาสเทียน บาค เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2293 (ค.ศ. 1750) แต่บางครั้งก็นับว่าสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2273 (ค.ศ. 1730) เริ่มมีการเล่นดนตรีเพื่อการฟังมากขึ้นในหมู่ชนชั้นสูง นิยมการเล่นเครื่องดนตรีประเภทออร์แกนมากขึ้น แต่ก็ยังคงเน้นหนักไปทางศาสนา นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น บาค วิวัลดิ เป็นต้น

เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด มีกฏเกณฑ์ แบบแผน รูปแบบและหลักในการเล่นดนตรีอย่างชัดเจน ศุนย์กลางของดนตรียุคนี้คือประเทศออสเตรีย โดยเฉพาะที่กรุงเวียนนา และเมืองมานไฮม์(Mannheim) นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น โมซาร์ท เป็นต้น

เป็นยุคที่มีเริ่มมีการแทรกของอารมณ์ในเพลง มีการเปลี่ยนอารมณ์ ความดังความเบา และจังหวะ ซึ่งต่างจากยุคก่อนๆซึ่งยังไม่มีการใส่อารมณ์ในทำนอง นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น เบโธเฟน ชูเบิร์ต โชแปง ไชคอฟสกี เป็นต้น

นักดนตรีเริ่มแสวงหาแนวดนตรีที่ไม่ขึ้นกับแนวดนตรีในยุคก่อนๆ จังหวะในแต่ละห้องเริ่มแปลกไปกว่าเดิม ไม่มีโน้ตสำคัญเกิดขึ้น(Atonal) ระยะห่างระหว่างเสียงกับเสียงเริ่มลดน้อยลง ไร้ท่วงทำนองเพลง นักดนตรีบางกลุ่มหันไปยึดดนตรีแนวเดิม ซึ่งเรียกว่า แบบนีโอคลาสสิก (Neoclassic) นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่นอิกอร์ สตราวินสกี เป็นต้น


แบ่งตามประเภทวงที่บรรเลง และประเภทของการแสดง

รายชื่อศิลปินดนตรีคลาสสิกที่มีแบ่งตามยุค


คีตกวีชาวไทยที่ประพันธ์ดนตรีคลาสิกในปัจจุบันที่มีงานดนตรีออกมาอย่างสม่ำเสมอ

  • ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร
  • สุรัตน์ เขมาลีลากุล
  • จิรเดช เสตะพันธุ
  • ณรงค์ ปรางเจริญ
  • อติภพ ภัทรเดชไพศาล
  • บุญรัตน์ ศิริรัตนพันธ
  • อภิสิทธ์ วงศ์โชติ
  • ศิรเศรษฐ์ พันธุอัมพร
  • ยังไม่ได้จัดหมวดหมู่
  1. ฟรานซ์ ปีเตอร์ ชูเบิร์ต (Franz Peter Schubert)
  2. เอริก ซาที (Erik Satie)
  3. จอร์เจอส์ บิเซท (Georges Bizet)
  4. เบลา บาร์ต็อก (Béla Bartók)
  5. คาร์ล เซอร์นี (Carl Czerny)
  6. โคล้ด เดบุซซี่ (Claude Debussy)
  7. โยฮันน์ เฟรดริก ฟร้านซ์ เบิร์กมุลเลอร์ (Johann Friedrich Franz Burgmüller)
  8. ฟร้านซ์ ลิซท์ (Franz Liszt)
  9. ชาคส์ ออฟเฟนบาค (Jacques Offenbach)
  10. จิอาโคโม ปุชชินี (Giacomo Puccini)
  11. ฟรานซิส ปูเลงค์ (Francis Poulenc)
  12. จูเซปเป แวร์ดิ (Giuseppe Verdi)
  13. ดิมิทริ โชสตาโควิช (Dimitri Shostakovich)


หวังว่าทุกคนคงได้รับความรู้เรื่องเพลงคลาสสิคไม่มากก็น้อยนะครับ

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย Wikipedia สารานุกรมเสรี

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทำมาให้แล้วจ๊ะ..
วัดแล้วน่าจะพอดีนะ^^
ได้ไม่ได้ยังไงก็บอกนะจ๊ะ
http://localhostr.com/files/750765935c56559b7ebc.jpg

#1 By ~ หอมกรุ่น ~ on 2007-05-24 10:16

แต่รูปมันจะถูกยืดออกหน่อยอะนะ โอใช่มั้ย

#2 By ~ หอมกรุ่น ~ on 2007-05-24 10:17

ขอบคุณมากเลยครับผม

#3 By Mr.Touch_blue_life on 2007-05-24 10:26

ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่ทำบล็อกนี้ขึ้นมา
ได้ความรู้เยอะมากๆ
เผื่อเอาไว้ใช้ตอนเรียนดนตรีโลกอ่ะค่ะ

ปล.ขอแอดบล็อกนะคะ

#4 By wanako_chan on 2007-05-24 10:28

ลองเข้ามาดู..
ทำไมยังไม่เปลี่ยนรูปข้างบนล่ะ
มีไรรึเปล่าเอ่ย?

#5 By ~ หอมกรุ่น ~ on 2007-05-24 14:12

แวะมาเยี่ยมเจ้าค่ะ เปลี่ยนสีสวยดีมากมาย ทองอร่ามเชียว

ขอบคุณนะคะ เป็นความรู้ดีค่ะ

สาระดีมาก มาก ค่ะ
พยายามต่อไป ^^

#7 By LONDEMAI on 2007-05-24 17:54

Hello Krub... This is nice web for Classical Music :-)
wowwwwww สูดดดดดดยอด

#10 By เด็กเฮียดิ๊ก (124.120.242.201) on 2007-06-28 12:43

ผมกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่อ่ะครับใครที่เป็นผู้รู้หรือใหเข้อมูลได้ช่วยทีนะครับ kanavudh@hotmail.com

#11 By joke (58.8.162.90) on 2007-07-25 19:42

ขอคารวะครับ!!!
สุดยอดจริงๆ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

#12 By นายหน้าใหม่ (125.26.79.228) on 2007-08-14 22:42

ว้าวว คือชอบฟังคลาสสิคเหมือนกัน เพิ่งเจอ ขอแอดนะเคอะconfused smile

#13 By F I N E (58.8.159.98) on 2007-10-14 22:21

เข้าไปดูที่ลิงค์ข้างล่างนะคะ จะเลือกชื่อ หรือว่าจะเลือก Eras-Please select ก็ได้จ้ะ

http://www.classicfm.co.uk/sectional.asp?id=9793

#14 By Francesca (125.25.95.233) on 2008-01-06 01:19

More info on composers & Eras...

Eras: http://www.classicfm.co.uk/sectional.asp?id=9444

Composers:http://www.classicfm.co.uk/sectional.asp?id=9793

Artists: http://www.classicfm.co.uk/sectional.asp?id=9792



#15 By francesca (125.25.95.233) on 2008-01-06 01:27

ทำไมหาเจอละ หาจากหนังสือไหนหรอเราหาเท่าไรก็ไม่เจอsad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile tongue tongue tongue big smile big smile open-mounthed smile confused smile sad smile tongue double wink

#16 By เทพจังเรยยยยย (58.9.50.127) on 2008-02-25 21:24

พรนะเราเ

#17 By กก (202.129.48.215) on 2008-11-28 14:40

cry double wink wink embarrassed surprised smile question tongue angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile

#18 By bankky (203.172.217.233) on 2009-02-12 14:49

บีโธเฟ่นอยู่ยุคคลาสสิคครับขอยืนยัน

เพลงของเค้าหลายคนอาจฟังแล้วออกแนว โรแมนติก

แต่นั่นเป็นแค่ความรู้สึก และเพราะ Beethoven

นี่แหละที่ทำให้เกิดการพัฒนาไปเป็นดนตรีโรแมนติก

เพราะว่าไม่มีใครแต่งคลาสสิคให้ดีกว่า Beethoven ได้

เค้าเลยเลิก ไปแต่งแนวใหม่กัน

Beethoven เทคนิคสุดติ่งของเค้าคือ Motion

Development คือเอา Motion เดียวมาสร้าง

ทั้งเพลง ลองฟัง Symphony เบอร์ 5 ดูก็จะ

กระจ่าง

ปล. นอกจากนี้เรื่องอื่น ๆ ให้ความรู้ดีครับ

น่าจะเจาะเป็นเรื่อง ๆ ที่น่าสนใจลงไปอีก

#19 By ขออนุญาตครับ (58.8.88.85) on 2009-06-26 11:32

วรยวนยนียีตจตจียีย[ยยยนยนยนย้นบยีบน้นบsurprised smile

#20 By รีน (203.172.167.225) on 2009-09-14 10:30