นาย คาเลบ แบรดแฮม เภสัชกรจากเมืองนิวเบิร์น รัฐนอร์ธ คาโรไลนา ได้เปลี่ยนชื่อเครื่องดื่มคาร์บอเนต "แบรดส์ ดริงค์" (Brad's Drink) ที่เขาเป็นผู้ปรุงขึ้นเพื่อบริการลูกค้าร้านขายยาของเขา ไปเป็นชื่อ
"เป๊ปซี่-โคลา" (Pepsi-Cola) เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม
นายแบรดแฮม ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อ
"เป๊ปซี่ - โคล่า" (Pepsi-Cola)
เพื่อคงต้นตำรับความเป็นเครื่องดื่มที่ผสมขึ้นโดยเภสัชกร แบรดแฮมจึงทำการโฆษณาเครื่องดื่มของเขาว่า เป็นเครื่องดื่มที่ "สดชื่น มีชีวิตชีวา และช่วยในการย่อยอาหาร"

มีการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่ ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกตั้งแต่ ค.ศ. 1898

โรงงานบรรจุขวด เป๊ปซี่-โคล่า สาขาแรก ก่อตั้งขึ้นที่เมืองชาร์ล็อตและเดอร์แฮม รัฐนอร์ธ คาโรไลน่า

เป๊ปซี่เปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งนับเป็นโลโก้แบบที่ 3 ในรอบ 8 ปี มีการเปลี่ยนแปลงข้อความในโลโก้ให้เป็นไปตามสโลแกน "The Original Pure Food Drink" เป๊ปซี่มีโรงงานบรรจุขวด 15 โรงทั่วสหรัฐอเมริกา เครื่องหมายการค้าของเป๊ปซี่ จดทะเบียนในประเทศแคนาดา และมียอดขายมากถึง 38,605 แกลลอน
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป๊ปซี่ ในประเทศเม็กซิโก

นักแข่งรถระดับแนวหน้า บาร์นี่ โอลด์ฟิลด์ คือผู้มีชื่อเสียงคนแรกที่ปรากฏตัวในโฆษณาเป๊ปซี่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งมีเนื้อความโฆษณาว่า "เครื่องดื่มชั้นยอด…เติมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เป็นเครื่องบำรุงกำลังสำหรับการแข่งขันประลองความเร็ว "(A bully drink…refreshing, invigorating, a fine bracer for a race.")

เริ่มมีการใช้แนวคิดว่า "รสชาติเยี่ยมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ" ("Delicious and healthful") และใช้ต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษ

เป๊ปซี่ได้รับการนำออกสู่ตลาดด้วยแนวคิด "ดื่มเป๊ปซี่ โคล่า แล้วคุณจะพอใจ ("Drink Pepsi Cola. It will satisfy you.")

เมื่อราคาน้ำตาลในตลาดหุ้นนิวยอร์ค พุ่งขึ้นสูงถึง 26 เซ็นต์ต่อปอนด์ แบรดแฮม ก็ได้ลงทุนซื้อน้ำตาลเพื่อเก็บไว้เป็นจำนวนมากในขณะที่ราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และพอถึงช่วงปลายปี เมื่อความต้องการน้ำตาลลดลง ราคาก็ตกลงอย่างมากจนเหลือเพียงแค่ 2 เซ็นต์ต่อปอนด์เท่านั้น
บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า ถึงคราวต้องประกาศล้มละลาย และต้องขายสินทรัพย์ให้แก่บริษัท คราเวน โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น ในนอร์ธ คาโรไลน่า เป็นจำนวนเงิน 30,000 เหรียญสหรัฐ

รอย ซี. เม็กการ์เกล (Roy C. Megargel) นายหน้าค้าหุ้นจากตลาดหุ้น วอลล์ สตรีท ได้ซื้อเครื่องหมายการค้า, ธุรกิจ รวมถึงความนิยมที่ได้สร้างสมมา จาก คราเวน โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น เป็นจำนวนเงิน 35,000 เหรียญสหรัฐ และก่อตั้งเป็นบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า คอร์เปอเรชั่น
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศ อาร์เจนติน่า

เป๊ปซี่ เริ่มออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนาดบรรจุขวด 12 ออนซ์ ในราคา 5 เซนต์ ซึ่งเป็นราคาเดียวกับเครื่องดื่มของคู่แข่งในขนาด 6 ออนซ์

การ์ตูนสั้น "เป๊ปซี่ และ พีท" (Pepsi & Pete) ซึ่งตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ได้ริเริ่มนิยามว่า "ได้สองเท่าเพียงจ่ายแค่ห้าเซ็นต์" ("Twice as much for a nickel") เพื่อเพิ่มทำให้เป๊ปซี่เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคมากขึ้นในด้านคุณค่า

เป๊ปซี่สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการโฆษณา ด้วยจิงเกิลโฆษณาชิ้นแรกที่ออกอากาศทั่วประเทศ

สปอตโฆษณาที่ฮิตๆ ของ เป๊ปซี่-โคล่า / 12 ออนซ์เต็มๆ มากจริงๆ (Twelve full ounces that's a lot) / ได้สองเท่าเพียงจ่ายแค่ห้าเซ็นต์ (Twice as much for a nickel) และ เป๊ปซี่-โคล่า คือเครื่องดื่มสำหรับคุณ (Pepsi-Cola is a drink for you) ห้าเซ็นต์, ห้าเซ็นต์ (Nickel, Nickel) ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 55 ภาษา

วอลเตอร์ แม็ค สร้างมาตรฐานให้เป๊ปซี่ ด้วยการพิมพ์ลายนูนบนขวดขนาด 12 ออนซ์ ออกใช้เป็นครั้งแรกพร้อมด้วยฉลาก “เป๊ปซี่-โคล่า” ที่ฝังลงบนเนื้อแก้ว เป็นโลโก้ใหม่ ที่ออกแบบให้โค้งมนมากขึ้น

   
เพื่อเป็นการสนับสนุนกองทัพอเมริกา เป๊ปซี่เปลี่ยนสีของฝาขวดเป็นสีแดง ขาว และน้ำเงิน ร้านค้าเป๊ปซี่ใน ไทม์ สแควร์ นิวยอร์ค ได้เปิดกิจการตลอดช่วงระยะเวลาที่เกิดสงคราม ทำให้ครอบครัวมากกว่า 1 ล้านครอบครัวสามารถบันทึกข้อความสำหรับฝ่ายบริการของกองทัพที่อยู่โพ้นทะเลได้
กลยุทธ์การโฆษณาชุด "Twice as much" เริ่มรวมเอาแนวความคิด "Bigger drink, better taste" เข้าไปด้วย
เมื่อถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดวิกฤติน้ำตาลขึ้นอีกครั้ง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตินี้ แม็ค ซื้อกิจการปลูกอ้อยน้ำตาลในคิวบา ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากทีเดียว
  ใช้ "Bigger Drink, Better Taste" เป็นแนวคิดหลัก
  เป๊ปซี่-โคล่า เริ่มแพร่ไปสู่ ละติน อเมริกา
ผลกำไรนานาชาติสูงถึง 6,769,000 เหรียญสหรัฐ จากนั้น เป๊ปซี่เริ่มขยายตัวไปสู่ ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง
สำนักงานใหญ่ย้ายจาก เมืองลองไอแลนด์ นิวยอร์ค ไปยังใจกลางเมืองแมนฮัตตัน
มีการเพิ่มประโยค "Why take less when Pepsi’s best?" เข้าไปในโฆษณา "Twice as much"ซึ่งเป็นประโยคเด็ดที่โดนใจผู้ที่นิยมชมชอบเป๊ปซี่
  รอน บราวน์ (Ron Brown) เลขาธิการกระทรวงพาณิชย์คนก่อน เป็นชาวอาฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่ปรากฏในแคมเปญโฆษณาที่เป๊ปซี่มุ่งเน้นเจาะตลาด อาฟริกัน-อเมริกัน
นายอัลเฟรด เอ็น สตีล ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการและ CEO ของเป๊ปซี่-โคล่า
  ดาราฮอลลีวูด โจน ครอวฟอร์ด (Joan Crawford) ภรรยาของมิสเตอร์ สตีล เป็นพรีเซ็นเตอร์ในการโปรโมทสินค้าของบริษัท
  โฆษณาของเป๊ปซี่-โคล่า ก้าวทันรสนิยมของผู้บริโภค ดังเช่นที่สตีลได้บุกเบิกการส่งเสริมการขายเป๊ปซี่-โคล่า ว่าเป็นประสบการณ์มากกว่าการต่อรองราคา
  สโลแกน "สองเท่าในราคา 5 เซ็นต์" (Twice as much for a nickel") ก็เหมือนกับ "ได้มากกว่า 1 ออนซ์" ("More Bounce to the Ounce”) ส่งให้เป๊ปซี่มีทศวรรษที่เต็มไปด้วยพละกำลัง
เมื่อชาวอเมริกันเริ่มตระหนักถึงเรื่องน้ำหนักตัว เป๊ปซี่เริ่มใช้กลยุทธ์ใหม่เกี่ยวกับเรื่องแคลอรี่ต่ำในแคมเปญ "ความสดชื่นแบบเบาๆ" ("The Light Refreshment")
"ความสดชื่นแบบเบาๆ" ค่อยๆ รวมเข้ากับ "สดชื่นได้ โดยไม่ต้องเติม" ("Refreshing Without Filling")
นอกเหนือจากในอเมริกาแล้ว เป๊ปซี่มีโรงงานบรรจุขวดเป๊ปซี่-โคล่าเปิดดำเนินการ 149 โรง ใน 61 ประเทศ
ในบางครั้ง เป๊ปซี่ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็น the kitchen cola อันเนื่องมาจากการที่ครองตำแหน่งยี่ห้อที่ราคาไม่แพงมาเป็นเวลานาน ในขณะนี้ เป๊ปซี่กำหนดกลุ่มลูกค้าไว้ที่บรรดาผู้บริโภคหนุ่มสาวที่ทันสมัย ด้วยแนวคิด "อยากเข้ากันได้กับกลุ่ม ดื่มเป๊ปซี่สิ" ("Be sociable, have a Pepsi") ความโดดเด่นของขวดเกลียว เข้ามาแทนที่ขวดแบบเรียบแบบเก่าของเป๊ปซี่
นิกิต้า ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) นายกรัฐมนตรีของสหภาพโซเวียต และริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา พบปะกันใน "kitchen debate" ที่งานแสดงสินค้านานาชาติแห่งหนึ่ง การประชุมครั้งนี้ก่อให้เกิดพาดหัวข่าวในอเมริกาว่า "Khrushchev Gets Sociable."
เป๊ปซี่ยังคงกลั่นกรองกลุ่มลูกค้า โดยคำนึงถึงความสำคัญของกลุ่มวัยรุ่นหลังยุคสงคราม เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ สโลแกน "เป๊ปซี่ สำหรับผู้ที่คิดแบบหนุ่มสาว" บ่งบอกว่าวัยหนุ่มสาวนั้นเป็นสภาพความคิดและจิตใจมากเท่าๆ กับวัยตามอายุจริง โดยที่ยังสามารถใช้ยี่ห้อดึงดูดตลาดทุกส่วนไว้ได้
  ฮาร์วี่ ซี. รัซเซล (Harvey C. Russell) นับเป็นคนเชื้อสาย อัฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่เป็นรองประธาน ในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของอเมริกา
เป๊ปซี่มีโลโก้ใหม่ นับเป็นอันดับที่ 6 ในประวัติศาสตร์ของเป๊ปซี่ เริ่มใช้โลโก้ใหม่เป็นครั้งแรกบนฝาจีบ ตามติดมาด้วยการออกแคมเปญโฆษณาตัวใหม่ "Pepsi Generation"
หนึ่งในช่วงการศึกษาสถิติประชากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุด ยุคเบบี้ บูมเมอร์ในช่วงหลังสงครามเป็นปรากฎการณ์ทางด้านสังคมและด้านการตลาดอันหนึ่ง เป๊ปซี่มองเห็นถึงช่องทางของความเปลี่ยนแปลงนั้น จึงกำหนดตำแหน่งของตัวเองว่าเป็น เครื่องดื่มสำหรับคนรุ่นใหม่ - เป๊ปซี่ เจเนอเรชั่น โฆษณา "Come alive! You're in the pepsi Generation" สร้างประวัติศาสตร์แก่วงการโฆษณา เป็นครั้งแรกที่การกำหนดตัวผลิตภัณฑ์ไม่ได้อยู่ที่คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่อยู่ที่ลักษณะวิถีชีวิตของผู้บริโภค
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Diet Pepsi
เริ่มมีการรุกตลาดอื่นนอกเหนือไปจากตลาดเครื่องดื่ม ฟริโต-เลย์ ของ ดัลลัส, เท็กซัส และ เป๊ปซี่-โคล่า มารวมกัน กลายเป็น บริษัท เป๊ปซี่ (Pepsi Co, Inc.)
  ประสบความสำเร็จกับการออกกระป๋องขนาด 12 ออนซ์ การกระจายสินค้าอย่าเต็มรูปแบบเริ่มขึ้น เมาเท่น ดิว เริ่มออกสู่ตลาดด้วยแคมเปญ "Ya-Hoo Mountain Dew… It's tickle your innards"
  "Girlwatchers" แคมเปญอิสระชิ้นแรกของไดเอทเป๊ปซี่ มุ่งเน้นแนวคิดไปที่ประโยชน์ทางด้านความสวยงามที่ได้จากการดื่มโคล่าแคลอรี่ต่ำ เพลงโฆษณา "Girlwatchers" ได้รับความนิยมติดอันดับหนึ่งใน 40 จากนั้นโฆษณาของ เมาเท่น ดิว ผลิตภัณฑ์ใหม่อีกชนิดหนึ่งที่ออกมาในปี 1964 ก็ตามมา โดยออกอากาศเป็นครั้งแรก กับสโลแกนที่ติดหูในทันทีที่ว่า "Ya-hoo, Mountain Dew"
เมื่อผลการวิจัยระบุได้ว่า ผู้บริโภคชื่นชอบรสชาติของเป๊ปซี่แช่เย็น "Taste that beats the others cold. Pepsi pours it on" จึงเน้นย้ำว่าเป๊ปซี่คือผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า ในขณะที่มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ แคมเปญนี้ยังได้ยึดมั่นภาพที่แสดงออกถึงความกระปรี้กระเปร่า และวิถีชีวิตของคนรุ่นหนุ่มสาว อันเกิดขึ้นในช่วงแคมเปญ Pepsi Generation ยุคแรกๆ ของเป๊ปซี่
"You've got a lot to live. Pepsi's got a lot to give" บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการโฆษณาของเป๊ปซี่ เจเนอเรชั่น
  คนหนุ่มสาวและวิถีชีวิตยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญของแคมเปญ แต่ด้วยกลยุทธ์ "Live/Give"ซึ่งเป็นการรับรู้และการสะท้อนภาพของเหตุการณ์และอารมณ์ร่วมสมัย ก็เริ่มเข้ามามีส่วนสำคัญอย่างสมบูรณ์ในองค์ประกอบงานโฆษณา

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ประวัติยาวนานมากกก
สุดยอดเครื่องดื่มจริงๆcry

#1 By sebin_เซบิน on 2008-02-10 14:36